กองทัพอากาศสหรัฐฯ รุกคืบขยายซ้อมรบในนอร์เทิร์นมาเรียนา ท้องถิ่นหวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม-ท่องเที่ยว
แผนส่งเครื่องบินทหารลงจอดสนามบินพลเรือนจุดกระแสเรียกร้องให้เปิดรับฟังความเห็น ขณะภาคธุรกิจกังวลต้นทุนแฝงระยะยาว

สนามบินพาณิชย์บนเกาะไซปัน ทิเนียน และโรตา เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อรองรับเที่ยวบินโดยสารและการสัญจรของนักท่องเที่ยว ทว่าเวลานี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านการบินของเครือรัฐหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา (CNMI) กำลังถูกดึงเข้าสู่วงโคจรยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐฯ แผนการล่าสุดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่จะขยายขอบเขตการฝึกบินเข้ามายังสนามบินพลเรือนเหล่านี้ กำลังสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักต่อชุมชนและภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว
ตามประกาศใน Federal Register เมื่อเดือนตุลาคม กองทัพอากาศสหรัฐฯ เผยแผนจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับการฝึกบินและปฏิบัติการทางอากาศ ณ สนามบินบนเกาะไซปัน ทิเนียน และโรตา ข้อเสนอดังกล่าวเปิดทางให้สนามบินสามารถรองรับเที่ยวบินเครื่องบินทหารได้สูงสุดถึง 1,200 เที่ยวต่อปี พร้อมเที่ยวบินเฮลิคอปเตอร์อีก 320 เที่ยวต่อปี อีกทั้งยังครอบคลุมการประจำการของกำลังพลมากถึง 1,000 นาย และการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอีก 550,000 แกลลอน
เดิมพันเศรษฐกิจและเสียงสะท้อนจากท้องถิ่น
ความเคลื่อนไหวนี้จุดชนวนให้เกิดกระแสเรียกร้องให้เปิดรับฟังความคิดเห็นของสาธารณชนอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อกังวลจากกลุ่มชนพื้นเมืองชามอร์โรและเรฟาลูวัช ซึ่งผูกพันกับผืนแผ่นดินและทรัพยากรธรรมชาติของหมู่เกาะมาเรียนามาอย่างยาวนาน สำหรับเศรษฐกิจเกาะที่พึ่งพาภาคบริการ การแปรสภาพสนามบินพาณิชย์ไปรองรับกิจกรรมทางทหารที่มีความถี่สูง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อตารางบิน ความหนาแน่นของน่านฟ้า และความเชื่อมั่นของนักเดินทาง
ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ มีรายงานสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ มูลค่า 800,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับรายงานเมื่อปี 2023 ที่ชี้ให้เห็นภาพรวมของเอเชียที่เร่งเสริมเขี้ยวเล็บเพื่อรับมือกับสงครามที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ทว่าในมุมเศรษฐกิจท้องถิ่น เม็ดเงินงบประมาณทางทหารไม่ได้กระจายตัวลงสู่ภาคบริการอย่างทั่วถึง เมื่อเทียบกับรายได้หมุนเวียนจากการท่องเที่ยวทั่วไป
ต้นทุนแฝงที่ยังไร้คำตอบ
ประเด็นสำคัญในเชิงพาณิชย์จึงอยู่ที่ว่า ใครจะเป็นผู้แบกรับต้นทุนความสึกหรอของรันเวย์และมลพิษทางเสียงที่เพิ่มขึ้น ปริมาณเชื้อเพลิงกว่าครึ่งล้านแกลลอนสะท้อนว่านี่ไม่ใช่เพียงการแวะพักชั่วคราว หากแต่เป็นการวางระบบให้สนามบินพลเรือนกลายเป็นจุดสนับสนุนทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ การซ้อมรบทางอากาศอาจตอบโจทย์ความพร้อมรบของกองทัพสหรัฐฯ แต่สำหรับธุรกิจโรงแรม ผู้ประกอบการนำเที่ยว และคนในพื้นที่ เสียงคำรามและความถี่ของเครื่องบินรบย่อมบั่นทอนเสน่ห์ของการเป็นจุดหมายพักผ่อน
ความขัดแย้งระหว่างเป้าหมายความมั่นคงระดับชาติกับการอยู่รอดของเศรษฐกิจท้องถิ่นยังคงเป็นโจทย์ที่ไม่ลงรอย อนาคตของนอร์เทิร์นมาเรียนาจึงขึ้นอยู่กับว่า กระบวนการรับฟังเสียงชุมชนและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะช่วยหาจุดสมดุลได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงขั้นตอนทางเอกสารที่เปิดทางให้สนามบินพาณิชย์กลายเป็นฐานทัพอย่างถาวร
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก