Root Cafe: 12 ปีที่ค่อย ๆ เติบโต ด้วยใจรักในกาแฟและผู้คน
จากความตั้งใจอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง คุณทรายค่อย ๆ สร้าง Root Cafe ในจังหวัดยะลา ผ่านการเรียนรู้ การปรับตัว และความสุขจากการช่วยให้ลูกค้าค้นพบกาแฟแก้วที่ถูกใจ

ก่อนจะเป็นร้านประจำของใครหลายคน Root Cafe เริ่มต้นจากความฝันเรียบง่ายของคุณทรายที่อยากลองสร้างธุรกิจด้วยตัวเอง

ระหว่างเรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ คุณทรายมีโอกาสเห็นคนรอบตัวเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟ ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้ความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ของตัวเองเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แม้ในเวลานั้นจะยังไม่ได้วางแผนทุกอย่างไว้อย่างชัดเจน แต่เธอก็ตัดสินใจลงมือทำ โดยมีกำลังใจจากครอบครัวเป็นแรงสนับสนุน ก่อนจะเปิด Root Cafe ขึ้นในจังหวัดยะลาเมื่อราว 12 ปีก่อน
ครอบครัวช่วยให้เธอได้เริ่มต้น ส่วนการพาร้านเดินต่อคือสิ่งที่เธอต้องค่อย ๆ เรียนรู้ด้วยตัวเอง
เริ่มรู้จักกาแฟ ผ่านความชอบของคนดื่ม
ในความทรงจำของคุณทราย ยะลาในเวลานั้นยังมีร้านกาแฟอิสระไม่มากเท่าปัจจุบัน Root Cafe มีพื้นที่ด้านหลังค่อนข้างกว้าง พร้อมสวน น้ำพุ และบ่อปลา เป็นบรรยากาศที่ชวนให้ลูกค้านั่งพักและใช้เวลาอยู่กับร้าน

ช่วงแรกเธอสนใจเครื่องดื่มหลายประเภท เพราะรู้ว่าคนที่เดินเข้ามาไม่ได้ชอบเหมือนกันทั้งหมด บางคนดื่มกาแฟ บางคนเลือกช็อกโกแลตหรือเครื่องดื่มชนิดอื่น แต่เมื่อกาแฟได้รับการตอบรับที่ดี เธอก็เริ่มทุ่มเทให้กับการพัฒนารสชาติมากขึ้น
การทดลองและชิมด้วยตัวเองเป็นจุดตั้งต้น ก่อนที่ประสบการณ์จะสอนให้เธอรู้ว่า กาแฟที่ตัวเองชอบอาจไม่ใช่แก้วที่ลูกค้าทุกคนถูกใจ การทำเครื่องดื่มจึงต้องอาศัยทั้งความเข้าใจเรื่องรสชาติและความตั้งใจฟังคนดื่ม
บทสนทนาหน้าเคาน์เตอร์
บทสนทนาหน้าเคาน์เตอร์ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนสำคัญของงาน ลูกค้าบางคนไม่เคยคุ้นกับรสเปรี้ยวในกาแฟ คุณทรายจึงค่อย ๆ อธิบายและแนะนำให้ลองรสชาติที่แตกต่าง เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น หลายคนก็เริ่มรู้ว่าตัวเองชอบอะไร และเลือกกาแฟคั่วกลางหรือคั่วเข้มได้ด้วยตัวเอง

การได้เห็นลูกค้าค้นพบความชอบของตัวเองเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเธอ ทุกแก้วที่แนะนำเปิดโอกาสให้ทั้งคนทำและคนดื่มได้เรียนรู้ไปด้วยกัน

จากการแนะนำ สู่ความเข้าใจ
เมื่อได้พูดคุยกับลูกค้ามากขึ้น คุณทรายก็ค่อย ๆ พบวิธีดูแลคนดื่มในแบบของตัวเอง เธอเปรียบแนวทางนี้กับแนวคิดโอมากาเสะ ที่ผู้รับบริการไว้วางใจให้ผู้ทำช่วยเลือกสิ่งที่เหมาะกับตน
สำหรับ Root Cafe ทุกอย่างเริ่มอย่างเป็นกันเองด้วยการพูดคุย ถามถึงรสชาติที่ชอบ แล้วแนะนำกาแฟให้ลอง ความคิดเห็นหลังดื่มช่วยให้เธอเข้าใจลูกค้าแต่ละคนมากขึ้น และนำไปปรับใช้กับคำแนะนำในครั้งต่อไป

เมื่อกลายเป็นลูกค้าประจำ ความคุ้นเคยก็ทำให้ไม่ต้องเริ่มต้นทำความรู้จักกันใหม่ทุกครั้ง เธอจำได้ว่าใครชอบแบบไหน และพอจะรู้ว่ากาแฟชนิดใดน่าจะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ถูกใจคนนั้น เสน่ห์ของการทำร้านสำหรับคุณทรายจึงอยู่ในช่วงเวลาเล็ก ๆ เหล่านี้ด้วย ทั้งการได้แบ่งปันสิ่งที่ตัวเองสนใจ และได้เห็นคนตรงหน้าพบรสชาติที่อยากกลับมาดื่มอีก
ช่วงเวลาที่ต้องเปลี่ยน เพื่อให้ร้านเดินต่อ
เมื่อโควิด-19 เข้ามากระทบการใช้บริการที่ร้าน คุณทรายต้องปรับวิธีทำงานครั้งสำคัญ บริการเดลิเวอรีกลายเป็นช่องทางที่ช่วยให้เธอยังส่งเครื่องดื่มถึงลูกค้าได้ ในวันที่การมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านไม่เหมือนเดิม
หลังผ่านช่วงนั้น รูปแบบของ Root Cafe ก็เปลี่ยนไป พื้นที่สวน น้ำพุ และบ่อปลาไม่ได้กลับมาใช้งานเช่นเดิม ขณะที่เธอหันมาให้เวลากับการพัฒนารสชาติของเครื่องดื่มมากขึ้น โดยเฉพาะกาแฟ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้เธอต้องทบทวนว่าควรเก็บอะไรไว้ และควรปรับอะไรเพื่อให้ร้านดำเนินต่อได้ ความใส่ใจยังคงเดิม แต่วิธีทำงานจำเป็นต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดกาแฟในยะลาก็คึกคักขึ้น คุณทรายเปรียบการแข่งขันกับพิซซ่าหนึ่งถาดที่ถูกแบ่งเป็นชิ้นเล็กลงเมื่อมีร้านใหม่เพิ่มขึ้น สิ่งที่เธอเลือกทำคือดูแลคุณภาพ รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า และตั้งราคาให้สมเหตุสมผล

ลูกค้าจำนวนมากเป็นคนทำงานที่แวะมาอย่างสม่ำเสมอ เธอจึงอยากให้กาแฟที่ดีเป็นความสุขที่พวกเขาซื้อหาได้ในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่ได้รับกลับมาจากลูกค้า
ระหว่างทาง ลูกค้ายังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณทรายมีความสุขกับงาน โดยเฉพาะเหตุการณ์หนึ่งที่เธอยังคงจดจำ
วันนั้นเธออยู่ที่ร้านตามลำพังและกำลังรู้สึกเศร้า ลูกค้าผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาใช้บริการและพูดคุยกับเธอ ก่อนกลับ เขาบอกว่าการได้คุยกันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก

คำบอกเล่านั้นทำให้เธอฉุกคิดว่า ในวันที่ตัวเองมีเรื่องไม่สบายใจ เธอก็อาจช่วยให้ใครอีกคนรู้สึกดีขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว
นับจากนั้น คุณทรายใส่ใจกับน้ำเสียง ท่าที และการต้อนรับมากขึ้น เธอไม่อาจรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนผ่านอะไรมาก่อนมาถึงร้าน แต่เธอเลือกได้ว่าจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร รอยยิ้ม การจำเครื่องดื่มแก้วโปรดได้ หรือการให้เวลาพูดคุย จึงเป็นรายละเอียดที่เธอให้ความสำคัญ เพราะบางครั้งสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้อาจมีความหมายกับคนตรงหน้ามากกว่าที่คิด

12 ปีที่ยังมีอะไรให้เรียนรู้
วันนี้คุณทรายยังคงดูแล Root Cafe ด้วยตัวเอง แม้งานในแต่ละวันจะมีช่วงที่เหนื่อยบ้าง แต่การได้พบปะผู้คนและรับฟังเรื่องราวใหม่ ๆ ก็ทำให้เธอยังมีความสุขกับการทำร้าน โดยเฉพาะการได้พบลูกค้าประจำที่คุ้นเคยกันมานาน คุณทรายเล่าว่า แม้หลังโควิดจะมีลูกค้าใหม่เข้ามา แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นคนที่แวะเวียนมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของการเปิดร้าน
แม้จะดำเนินกิจการมาประมาณ 12 ปี เธอก็ยังมองเห็นสิ่งที่พัฒนาได้เสมอ
การเติบโตของ Root Cafe เปรียบได้กับต้นไม้ที่ค่อย ๆ หยั่งรากลึก ก่อนเติบโตและแตกกิ่งก้านออกไป คุณทรายมองว่าการทำร้านไม่ได้มีจุดหมายสุดท้ายที่ต้องไปให้ถึง แต่เป็นการเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่หยุดอยู่กับความสำเร็จที่ผ่านมา
คุณทรายอธิบายวิธีคิดของตัวเองผ่านภาพของจุดสว่างและจุดมืด จุดสว่างคือสิ่งที่ทำได้ดีและควรรักษาไว้ ส่วนจุดมืดคือข้อบกพร่องที่ยังต้องใส่ใจ เธอจึงเลือกใช้แรงกับการแก้ไขสิ่งที่ยังไม่ดีพอ พร้อมกับดูแลมาตรฐานที่ลูกค้าไว้วางใจ
ความตั้งใจอยากมีแบรนด์ของตัวเองในวันแรก ค่อย ๆ มีรายละเอียดชัดเจนขึ้นผ่านประสบการณ์ วันนี้เธอรู้จักทั้งกาแฟที่ทำ คนที่ดื่ม และความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับการเปิดร้านในแต่ละวัน ความสุขจากการแนะนำกาแฟแล้วลูกค้าถูกใจ บทสนทนากับคนคุ้นเคย และสิ่งที่ยังรอให้เรียนรู้ ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณทรายอยากทำ Root Cafe ต่อไป

- -
ข้อมูลติดต่อ Root Cafe
ที่อยู่: 38 ถนนโป้ห้วยอุทิศ ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000
Google Maps: https://shorturl.at/tAvLu
Facebook: https://shorturl.at/Dh8gT
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก