ธรรมาภิบาลเมืองในภูมิภาคเผชิญกับการหยุดชะงักหลังการอสัญกรรมของ Cua
การจากไปของ Dax Cua ประธานองค์การสหพันธ์นครและรัฐบาลท้องถิ่นภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ถอดถอนบุคคลสำคัญจากเครือข่ายการพัฒนาเมืองระดับภูมิภาค ซึ่งท้าทายโมเมนตัมที่สร้างไว้สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างเมือง

สิงคโปร์
การอสัญกรรมของ Dax Cua ผู้ว่าการจังหวัดกิริโน่ ด้วยวัย 48 ปี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ถือเป็นการจากไปอย่างไม่คาดคิดของบุคคลสำคัญในเครือข่ายองค์การสหพันธ์นครและรัฐบาลท้องถิ่นภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (UCLG ASPAC) Cua ดำรงตำแหน่งประธานตั้งแต่ปี 2566 ในช่วงเวลานี้ UCLG ASPAC ได้มีส่วนร่วมกับโครงการริเริ่มด้านธรรมาภิบาลเมืองทั่วทั้งเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การจากไปของเขาทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในการเป็นผู้นำขององค์กรที่มีส่วนร่วมในการพูดคุยด้านนโยบายเมืองระดับภูมิภาค
การเป็นผู้นำของ Cua เป็นจุดประสานงานสำหรับผลประโยชน์ของรัฐบาลท้องถิ่นภายในวาทกรรมด้านการพัฒนาเอเชียแปซิฟิกที่กว้างขึ้น บทบาทของเขาในฐานะประธานทำให้เขาสามารถมีอิทธิพลต่อทิศทางของโครงการเมืองต่างๆ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เป็นพันธมิตรที่โดดเด่นในความพยายามเหล่านี้ โดยได้จัดประชุมเมืองต่างๆ ทั่วเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อธรรมาภิบาลเมืองที่พร้อมสำหรับอนาคต และหารือเกี่ยวกับอนาคตของธรรมาภิบาลเมือง ความร่วมมือนี้ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างแรงจูงใจร่วมกันระหว่างองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศและสมาคมรัฐบาลท้องถิ่นระดับภูมิภาค: เพื่อส่งเสริมศูนย์กลางเมืองที่แข็งแกร่ง แรงจูงใจสำหรับผู้นำท้องถิ่นเช่น Cua คือแพลตฟอร์มที่สูงขึ้นสำหรับข้อกังวลในท้องถิ่นและการเข้าถึงทรัพยากรและความเชี่ยวชาญที่การเป็นหุ้นส่วนดังกล่าวจะนำมาให้ เมืองหนึ่งในเอเชียได้รับรางวัลเหรียญทองด้านความเท่าเทียมทางเพศในฐานะเมืองแรกในภูมิภาค ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่กว้างขึ้นที่ส่งเสริมโดยองค์กรระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ
แรงจูงใจเพื่อความต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลง
ผลที่ตามมาโดยตรงจากการอสัญกรรมของ Cua คือตำแหน่งว่างในตำแหน่งประธาน UCLG ASPAC ช่องว่างความเป็นผู้นำนี้อาจทำให้โมเมนตัมของโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาเมืองที่มีอยู่ชะลอตัวลงชั่วคราว ผู้สืบทอดตำแหน่งจะต้องสร้างความสัมพันธ์ของตนเองและกำหนดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเน้นหนักหรือจังหวะการดำเนินงาน แรงจูงใจในการรักษาความต่อเนื่องยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากมีการสนับสนุนจากสถาบันและเป้าหมายที่ระบุไว้ในการพลิกโฉมเมือง อย่างไรก็ตาม บุคลิกภาพและแนวทางทางการทูตของผู้นำสามารถกำหนดประสิทธิภาพขององค์กรข้ามชาติเหล่านี้ได้อย่างมาก ข้อเท็จจริงที่ว่านิยามขององค์กรเกี่ยวกับพื้นที่ธรรมาภิบาลเมืองและอนาคตถูกกำหนดโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความเป็นผู้นำเฉพาะบุคคล
แม้ว่าแรงจูงใจพื้นฐานสำหรับการพัฒนาเมืองและความร่วมมือในภูมิภาคจะยังคงอยู่ กลไกเฉพาะและความร่วมมือภายใต้ประธาน UCLG ASPAC คนใหม่อาจมีการเปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางเมืองที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับการยอมรับในด้านต่างๆ เช่น ความเท่าเทียมทางเพศผ่านโครงการริเริ่มเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้สืบทอดตำแหน่งสามารถรักษาการมีส่วนร่วมและจุดเน้นในระดับเดิมได้หรือไม่ ความท้าทายอยู่ที่การเปลี่ยนคำสั่งที่กว้างขวางของการเปลี่ยนแปลงเมืองไปสู่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรมและเฉพาะเจาะจงในภูมิภาค โดยปราศจากเครือข่ายส่วนบุคคลและอิทธิพลที่จัดตั้งขึ้นของอดีตประธาน แนวโน้มสำหรับโครงการเหล่านี้ในขณะนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของการสืบทอดตำแหน่งและลำดับความสำคัญของผู้นำคนใหม่
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก