กลยุทธ์การฉายซ้ำบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงโมเดลรายได้ของดิสนีย์ในเอเชียแปซิฟิก
การตัดสินใจฉายภาพยนตร์ 'Encore' จากความสำเร็จในอดีต บ่งชี้ถึงการปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ 'Infinity Vision' และกรอบการจัดจำหน่ายรูปแบบใหม่

สิงคโปร์
แผนการของ Marvel Studios ที่จะฉาย “Avengers Endgame: Encore” ในโรงภาพยนตร์สิงคโปร์ สะท้อนถึงกลยุทธ์การจัดจำหน่ายที่ปรับเปลี่ยน ตั๋วสำหรับภาพยนตร์ฉายซ้ำนี้จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 กันยายน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการฉาย “Avengers: Doomsday” ในเดือนธันวาคม กำหนดเวลาของการจัดฉายภาพยนตร์ครั้งนี้บ่งบอกถึงวัตถุประสงค์สองประการ: เพื่อสร้างรายได้ในทันที และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ก่อนภาพยนตร์เรื่องหลักเรื่องใหม่
Forbes ระบุว่าการฉายซ้ำนี้ “มุ่งเน้นเป็นพิเศษ” ไปที่สิ่งที่ดิสนีย์เรียกว่า “Infinity Vision” นอกจากนี้ International Business Times, Singapore Edition ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นการขยาย “แผน Infinity Vision” ของดิสนีย์ คำศัพท์นี้ชี้ให้เห็นถึงการก้าวข้ามโมเดลการจัดจำหน่ายแบบดั้งเดิม ทั้งโรงภาพยนตร์หรือบริการสตรีมมิ่งโดยตรงถึงผู้บริโภค การเปิดตัว Disney+ ในฮ่องกงเมื่อเดือนสิงหาคม 2021 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของบริการสตรีมมิ่งในภูมิภาค การฉายซ้ำทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นที่รู้จัก แทนที่จะเป็นภาพยนตร์ใหม่ อาจทำหน้าที่เป็นการทดลองช่องทางการจัดจำหน่ายแบบผสมผสานใหม่ หรือเป็นกลไกในการดึงดูดผู้ชมเข้าสู่ระบบนิเวศเนื้อหาที่กว้างขึ้นภายใต้แนวคิด “Infinity Vision”
แรงจูงใจทางเศรษฐกิจในทันทีมีความชัดเจน: การฉายซ้ำภาพยนตร์ที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์โดยมีต้นทุนต่ำแต่ให้ผลตอบแทนสูง สิ่งนี้ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวในโรงภาพยนตร์ใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่พฤติกรรมของผู้บริโภคผันผวน ชื่อเรื่อง “Encore” เองก็ส่งสัญญาณถึงการนำเสนอเพิ่มเติม ซึ่งแตกต่างจากการฉายซ้ำเต็มรูปแบบของ “Avengers: Endgame” ต้นฉบับ
ในทางตรงกันข้าม การพึ่งพาความสำเร็จในอดีตอาจเสี่ยงต่อความเบื่อหน่ายของผู้ชม หรือการแย่งความสนใจจากภาพยนตร์ใหม่ที่จะเข้าฉายในอนาคต ความตั้งใจเชิงกลยุทธ์เบื้องหลัง “Infinity Vision” ยังคงไม่ได้รับการนิยามอย่างชัดเจนในวาทกรรมสาธารณะ ซึ่งนำไปสู่การคาดเดาเกี่ยวกับนัยยะทางการเงินในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเลือกภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมสำหรับการขยายตัวนี้อย่างรอบคอบ ชี้ให้เห็นว่าดิสนีย์กำลังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมที่เชื่อถือได้ มากกว่าเนื้อหาใหม่ในโครงการริเริ่มเฉพาะนี้
สำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิกในวงกว้าง รวมถึงประเทศไทย การเคลื่อนไหวของดิสนีย์ครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอนาคตที่การจัดจำหน่ายภาพยนตร์จะผสมผสานระหว่างการฉายในโรงภาพยนตร์และการเข้าถึงระบบนิเวศดิจิทัลที่เป็นกรรมสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าบริษัทเล็งเห็นคุณค่าในการใช้ประโยชน์จากคลังเนื้อหาเพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมและอาจรวมถึงโมเดลการสมัครสมาชิกหรือการเข้าถึงใหม่ๆ แทนที่จะพึ่งพาการออกฉายใหม่เพียงอย่างเดียวเพื่อรักษาสถานะในตลาด ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจของ “Infinity Vision” ในตลาดที่หลากหลายเช่นเอเชียแปซิฟิก จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรวมแหล่งรายได้ที่แตกต่างกันเหล่านี
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก