คอลลาเจนจากพืช: การเปลี่ยนแปลงของตลาดหรือการนิยามเชิงกลยุทธ์ใหม่?
การเกิดขึ้นของคอลลาเจนทางเลือกจากพืชทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพแบบดั้งเดิมในตลาดเอเชียแปซิฟิกในระยะยาว.

สิงคโปร์
คำถามที่ว่าคอลลาเจนสามารถเป็นวีแกนได้จริงหรือไม่ ตามที่รายงานโดย The Straits Times Life ล่าสุด ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของแหล่งกำเนิดทางชีวภาพ แต่มันเกี่ยวข้องกับว่าอุตสาหกรรมจะนิยามและทำการตลาดผลิตภัณฑ์ที่พึ่งพาสารพลอยได้จากสัตว์มาโดยตลอดได้อย่างไร สูตรใหม่จากดอกชบาของ Holistic Way คือ VC-H1 เป็นหนึ่งในทางเลือกจากพืชดังกล่าว การศึกษา 12 สัปดาห์ในผู้ใหญ่ 98 คน อายุ 35 ถึง 60 ปี ที่มีผิวแห้งและริ้วรอยรอบดวงตา รายงานว่ามีการปรับปรุงในด้านความชุ่มชื้นของผิว ความยืดหยุ่น และลักษณะของริ้วรอยหลังจากการบริโภคสารสกัดจากดอกชบา 1.5 กรัมต่อวัน
การพัฒนานี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนส่วนผสม แต่มันบ่งชี้ถึงการประเมินใหม่ของสิ่งที่ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็น ‘คอลลาเจน’ มานานหลายทศวรรษ คอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่พบในสัตว์ถูกทำการตลาดว่าจำเป็นต่อสุขภาพผิว โดยมักมาจากแหล่งทะเลหรือวัว ตลาดผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การแนะนำทางเลือกจากพืช เช่น VC-H1 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนเองแทนที่จะได้รับโดยตรงนั้น ท้าทายหลักการพื้นฐานของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ บทความใน The Straits Times เองก็ยอมรับคำถามนี้: “คอลลาเจนสามารถเป็นวีแกนได้หรือไม่?”
การตอบสนองของอุตสาหกรรมต่อคำถามนี้เผยให้เห็นถึงความตึงเครียด บริษัทอย่าง Holistic Way ไม่ได้สร้าง ‘คอลลาเจนวีแกน’ ในความหมายของการจำลองโครงสร้างโมเลกุลของคอลลาเจนจากสัตว์ด้วยพืช แต่พวกเขากำลังนำเสนอสารประกอบที่สนับสนุนการสังเคราะห์คอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย ความแตกต่างนี้แม้จะแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็อาจถูกทำให้คลุมเครือในการทำการตลาด ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการรับรู้ของผู้บริโภคที่ ‘คอลลาเจน’ อาจกลายเป็นคำพ้องความหมายกับ ‘ส่วนผสมที่สนับสนุนคอลลาเจน’ โดยไม่คำนึงถึงแหล่งที่มา
พิจารณาตลาดที่ก่อตั้งขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสัตว์ ซึ่งตามรายงานของ South China Morning Post ในปี 2025 รวมถึงส่วนผสมหลากหลายตั้งแต่พิษผึ้งไปจนถึงสเปิร์มปลาแซลมอน กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เติบโตได้ดีจากสารประกอบเฉพาะที่ได้จากสัตว์ การแพร่หลายของตัวเลือกจากพืชไม่จำเป็นต้องหักล้างความต้องการผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเหล่านี้ แต่เป็นการแบ่งส่วนตลาดให้ละเอียดยิ่งขึ้น สำหรับผู้บริโภคในประเทศไทยและทั่วเอเชียแปซิฟิกที่ใส่ใจทั้งเรื่องจริยธรรมของแหล่งที่มาและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น สิ่งนี้ทำให้เกิดทางเลือกที่ไม่เคยมีมาก่อน
นัยยะที่กว้างขึ้น
นัยยะที่สำคัญกว่าคือการนิยามใหม่ของอัตลักษณ์หลักของผลิตภัณฑ์ หากข้อกล่าวอ้างด้านประสิทธิภาพของทางเลือกจากพืชเช่น VC-H1 ได้รับการยืนยัน — แม้การศึกษา 12 สัปดาห์พร้อมผลลัพธ์เชิงบวกที่รายงานจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักฐาน — อุตสาหกรรมคอลลาเจนจากสัตว์แบบดั้งเดิมอาจเผชิญแรงกดดันในการแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นอย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากแค่ประวัติศาสตร์ การตลาดของผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นไปที่ข้อได้เปรียบทางจริยธรรมและความยั่งยืนของการจัดหาส่วนผสมจากพืช ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่สอดคล้องกับกลุ่มประชากรผู้บริโภคบางกลุ่ม การเปลี่ยนแปลงนี้บังคับให้แบรนด์เก่าแก่ต้องเผชิญหน้า: พวกเขาจะปรับเปลี่ยนข้อความของตน หรือเสี่ยงต่อการถูกมองว่าล้าสมัยหรือไม่สอดคล้องกับค่านิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป?
แนวโน้มโดยธรรมชาติของตลาดคือการขยายตัวมากกว่าการหดตัว สิ่งที่เรากำลังสังเกตไม่ใช่การทดแทนโดยตรงมากนัก แต่เป็นการขยายแนวคิดของ ‘คอลลาเจน’ ความท้าทายสำหรับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคคือการแยกแยะว่าทางเลือกใหม่เหล่านี้ให้ประโยชน์ที่เทียบเคียงได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงเส้นทางที่แตกต่าง แต่ก็น่าสนใจ ไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการเดียวกัน คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า ‘คอลลาเจนสามารถเป็นวีแกนได้หรือไม่?’ จึงอาจไม่เกี่ยวกับเคมีมากเท่ากับเรื่องของการค้าที่กำลังนิยามคำศัพท์ใหม่เพื่อรวมโซลูชั่นใหม่ๆ
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก