สิงคโปร์เลื่อนเปิด ‘นอร์ท-เซาท์ คอร์ริดอร์’ เป็นปี 2031 สร้างภาระธุรกิจ-ประชาชน
โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสิงคโปร์ล่าช้าออกไปถึง 2031 สะท้อนต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่ธุรกิจและผู้คนในเมืองต้องแบกรับต่อเนื่องยาวนาน

สิงคโปร์
โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในสิงคโปร์เผชิญความล่าช้า 2 ปี คาดว่าจะเปิดใช้งานได้จริงในปี 2031 ขณะที่งานก่อสร้างหลักที่ก่อให้เกิดเสียงดังและฝุ่นละอองนั้น น่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2027 กำหนดเวลาที่ยาวนานขึ้นนี้ทำให้ประชาชนและธุรกิจในเขตเมือง โดยเฉพาะตามแนวถนนแบรดเดลล์ ฮิลล์ ต้องประสบกับการหยุดชะงักนานขึ้น
นายเจฟฟรีย์ เสี่ยว รัฐมนตรีคมนาคม แถลงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 ว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโครงการจะยังคงได้รับเงินคืนค่าเช่าจากคณะกรรมการการเคหะและการพัฒนา (HDB) มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินโดยตรง อย่างไรก็ตาม การขยายระยะเวลาก่อสร้างไปจนถึงปี 2031 ทำให้เกิดคำถามถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อสภาพแวดล้อมเมือง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบ เดิมโครงการมีกำหนดเสร็จเร็วกว่านี้ แต่การขยายเวลากลับสร้างความท้าทายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องแก่ธุรกิจและผู้อยู่อาศัยเหล่านี้
เมื่อโครงการแล้วเสร็จคาดว่าจะช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อการคมนาคม แต่การก่อสร้างที่ยืดเยื้อเองก็สร้างต้นทุนสูง ธุรกิจโดยเฉพาะค้าปลีกและบริการต้องพึ่งพาการเข้าถึงพื้นที่ที่คาดการณ์ได้และสภาพแวดล้อมที่มั่นคง หนังสือพิมพ์ The Straits Times รายงานเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ว่าประชาชนและธุรกิจต่างแสดงความ “กังวล” และ “ยอมรับชะตากรรม” ต่อการก่อสร้างที่กินเวลานาน ความรู้สึกนี้ชี้ให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าสะสมและแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงต้องเผชิญ
แม้ภาครัฐจะมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ได้รับผลกระทบผ่านการคืนเงิน แต่ปัญหาสำคัญยังคงอยู่ที่ระยะเวลาหยุดชะงักที่ยาวนาน โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มักพบความซับซ้อนที่คาดไม่ถึง แต่การล่าช้าในระดับนี้ก็สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริงในโครงการพัฒนาเมืองใหญ่ การล่าช้านี้ผลักภาระการดำเนินงานให้ธุรกิจและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่นานขึ้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการชดเชยต่อเนื่อง และอาจเปลี่ยนแปลงพลวัตทางเศรษฐกิจในพื้นที่จนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ ยังคงต้องรอดูว่ามาตรการสนับสนุนที่มีอยู่จะสามารถชดเชยต้นทุนสะสมเหล่านี้ได้เต็มที่หรือไม่
การวางแผนผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอาจได้บทเรียนจากประสบการณ์ของสิงคโปร์ ต้นทุนทางการเงินและสังคมที่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าของโครงการนั้นมีนัยสำคัญ จึงต้องมีการประเมินความเสี่ยงและกลยุทธ์ลดผลกระทบที่แข็งแกร่งตั้งแต่แรกเริ่ม ผลลัพธ์สำหรับธุรกิจและผู้อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบในสิงคโปร์จะชี้วัดถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการความท้าทายที่ยาวนานเช่นนี้
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก