‘ฉันคือเจน โดว์’ เสียงประท้วงที่นิวยอร์ก เตือนปัญหาความรุนแรงทางเพศยังเรื้อรัง
ผู้ประท้วงรวมตัวที่นครนิวยอร์ก เรียกร้องความยุติธรรมให้เหยื่อความรุนแรงทางเพศ ชี้เป็นเรื่องน่าหงุดหงิดที่ปี 2026 ปัญหานี้ยังไม่คลี่คลาย

สิงคโปร์
การประท้วงในนาม ‘ฉันคือเจน โดว์’ (Am Jane Doe) ที่นครนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สะท้อนชัดเจนว่าปัญหาความรุนแรงทางเพศยังคงฝังรากลึกในสังคม แม้โลกจะก้าวเข้าสู่ปี 2026 ก็ตาม
กลุ่ม Protesters รวมตัวกันที่จัตุรัสโฟลีย์ (Foley Square) ในนิวยอร์กซิตี้ เพื่อเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เข้มงวดขึ้นกับความรุนแรงทางเพศ การชุมนุมครั้งนี้เกิดขึ้นนอกศาลสูงรัฐนิวยอร์ก (York State Supreme Court) ในแมนฮัตตัน (Manhattan) ซึ่งเป็นสถานที่ที่คดีความของนักศึกษามหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) รายหนึ่ง ที่ฟ้องร้องสมาชิกกลุ่มภราดรภาพ (the Frat House) หลายรายในข้อหาข่มขืนหมู่ ได้รับความสนใจอย่างมาก การประท้วงครั้งนี้เป็นหนึ่งในหลายกิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญบนโซเชียลมีเดีย #StopSexualViolence: From the Frat House to the White House (StopSexualViolence)
การรวมตัวกันภายใต้ชื่อ ‘เจน โดว์’ (Jane Doe) ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกผู้เสียหายที่ไม่ประสงค์ออกนาม ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางเพศ หนึ่งในป้ายประท้วงระบุข้อความชัดเจนว่า “Death to rape culture” ขณะที่อีกป้ายหนึ่งสะท้อนความกล้าหาญของผู้เสียหายว่า “I am Jane Doe. Be afraid of me” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะลุกขึ้นมาท้าทายวัฒนธรรมที่เอื้อต่อความรุนแรงทางเพศ
แม้สังคมโลกจะก้าวหน้าไปมาก แต่ปัญหาความรุนแรงทางเพศยังคงเป็นบาดแผลที่ไม่ได้รับการเยียวยา เสียงสะท้อนจาก Protesters คนหนึ่งกล่าวว่า “It's entirely frustrating that we are here in 2026 and still dealing with this,” สะท้อนความคับข้องใจอย่างรุนแรงว่าทำไมปัญหานี้จึงยังคงอยู่ แม้จะมีการตระหนักรู้และเรียกร้องมานานแล้ว
“It's just an infuriating moment.”
การประท้วงในนาม ‘เจน โดว์’ ไม่ใช่แค่การแสดงออกทางอารมณ์ แต่ยังเป็นสัญญาณกระตุ้นให้เกิดการทบทวนอย่างจริงจังเกี่ยวกับช่องโหว่ในระบบกฎหมาย และทัศนคติทางสังคมที่มีต่อผู้เสียหาย นักวิเคราะห์มองว่าการที่เหตุการณ์รุนแรงยังคงเกิดขึ้นและต้องมีการประท้วงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชี้ให้เห็นว่าแรงจูงใจเบื้องหลังการกระทำความรุนแรงยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาด
อนาคตของประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของภาครัฐและสังคมต่อเสียงเรียกร้องเหล่านี้ ว่าจะมีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังหรือไม่ หรือเพียงแค่ปล่อยให้เป็นเพียงกระแสแล้วจางหายไป ปัญหาที่ยังไม่คลี่คลายคือการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่ฝังรากลึกในสังคม ซึ่งมักจะโทษเหยื่อมากกว่าผู้กระทำ และการทำให้กระบวนการยุติธรรมเข้าถึงได้และเป็นธรรมต่อผู้เสียหายอย่างแท้จริง
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก