LVMH สะดุด: ยอดขายร่วง หลังจีนไม่ 'บูม' เหมือนเดิม
LVMH เผยผลประกอบการไตรมาสสามต่ำกว่าคาด สัญญาณชัดเจนว่าตลาดแฟชั่นและเครื่องหนังกำลังซบเซา โดยเฉพาะจากจีนที่เคยเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต.

สิงคโปร์
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2026 กลุ่มบริษัท LVMH สัญชาติฝรั่งเศส รายงานผลประกอบการไตรมาสสามที่ต่ำกว่าความคาดหมายของนักวิเคราะห์อย่างเห็นได้ชัด ยอดขายแบบออร์แกนิก ซึ่งไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เติบโตเพียง 1% เมื่อเทียบเป็นรายปี อยู่ที่ 1.828 หมื่นล้านยูโร หรือ 2.04 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสวนทางกับที่ Visible Alpha คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.3%
ปัจจัยสำคัญที่ฉุดผลประกอบการครั้งนี้คือ การหดตัวของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์แฟชั่นและเครื่องหนัง ซึ่งเป็นหมวดธุรกิจหลักที่รวมแบรนด์เรือธงอย่าง Louis Vuitton และ Dior ไว้ การชะลอตัวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นภาพต่อเนื่องจากสถานการณ์ในตลาดจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรมสินค้าหรูระดับโลก
ตลาดจีน: จากขุมทรัพย์สู่ความท้าทาย
การพึ่งพิงตลาดจีนอย่างหนักในอดีตได้กลายเป็นจุดเปราะบาง ข้อมูลจาก Reuters ระบุว่า ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2024 ยอดขาย LVMH ลดลง 3% เนื่องจากความต้องการสินค้าหรูในจีนอ่อนแอลง แม้จะมีรายงานการเติบโตโดยรวมในปี ค.ศ. 2024 ที่ชี้ถึงความยืดหยุ่นของกำลังซื้อกลุ่มลูกค้าลักชัวรีในภาพกว้าง แต่ตลาดจีนยังคงเป็นจุดอ่อนที่ชัดเจนมาตลอด ก่อนหน้านั้นในปี ค.ศ. 2023 ก็มีรายงานจาก Reuters ที่ระบุว่ายอดขายของ Kering ซึ่งเป็นคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน ลดลงถึง 9% สะท้อนถึงการชะลอตัวที่เริ่มส่งผลกระทบในวงกว้าง
ขณะที่แบรนด์อย่าง Hermes เคยมีสัญญาณการฟื้นตัวเล็กน้อยในตลาดจีนช่วงไตรมาสสามของปี ค.ศ. 2025 แต่ก็ไม่มากพอจะสร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนได้ ตัวเลขล่าสุดของ LVMH ยิ่งตอกย้ำว่าภาพรวมของตลาดสินค้าหรูในจีนยังคงอยู่ในภาวะขาลง และยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันใกล้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างจับตาพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนที่เปลี่ยนไป หลังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจภายในประเทศมานานหลายปี
ผลกระทบต่อภูมิทัศน์แฟชั่นโลก
สถานการณ์ยอดขายที่ต่ำกว่าคาดของ LVMH ส่งผลสะเทือนไปถึงอุตสาหกรรมสินค้าหรูทั่วโลก เพราะ LVMH ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดนี้ ด้วยมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บทบาทของบริษัทในการขับเคลื่อนเทรนด์และกำหนดทิศทางตลาดจึงมีน้ำหนักอย่างยิ่ง
การนำเสนอคอลเลกชัน Spring/Summer 2027 ของ Louis Vuitton โดย Nicolas Ghesquiere ในช่วง Paris Fashion Week เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 2026 ก็เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความท้าทายนี้ แม้แฟชั่นโชว์จะยังเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างภาพลักษณ์และความต้องการ แต่ในเชิงธุรกิจแล้ว แรงขับเคลื่อนจากตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่อย่างจีนกลับลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด คำถามจึงอยู่ที่ว่าบริษัทสินค้าหรูจะปรับตัวอย่างไรเมื่อ 'ขุมทอง' อย่างจีนไม่ได้เปล่งประกายเหมือนเดิม และกลยุทธ์การพึ่งพาตลาดเดียวมากเกินไปมีความเสี่ยงอย่างไรในระยะยาว
การชะลอตัวของยอดขาย LVMH จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางการเงิน แต่เป็นสัญญาณที่บอกเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาค และการปรับตัวครั้งสำคัญของกลุ่มธุรกิจลักชัวรีทั่วโลก ที่จะต้องมองหาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ และกระจายความเสี่ยงจากตลาดหลักที่เคยเป็นแกนนำการเติบโต
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก