ญี่ปุ่นจ่อห้ามส่งออกทองคำไร้ที่มา อุดช่องโหว่ภาษี สกัดวงจรลักลอบข้ามชาติ
โตเกียวขยับจัดระเบียบสินทรัพย์นอกระบบ ปิดทางขบวนการค้าทองใต้ดินฉวยสิทธิคืนภาษี

สิงคโปร์
ทองคำเป็นสินทรัพย์ไร้พรมแดนที่เคลื่อนย้ายได้คล่องตัวที่สุดในระบบเศรษฐกิจโลก ทว่าอีกด้านหนึ่ง โลหะมีค่าชนิดนี้กลับกลายเป็นเครื่องมือหลักในการเจาะระบบภาษีจนคลังรัฐเสียหายต่อเนื่อง ช่องว่างระหว่างสภาพคล่องที่สูงลิ่วกับการกำกับดูแลที่ยังตามไม่ทัน บีบให้ทางการญี่ปุ่นต้องลุกขึ้นมาขีดเส้นควบคุมพรมแดนใหม่อีกครั้ง
รายงานจาก Nikkei Asia ระบุว่า ทางการญี่ปุ่นเตรียมบังคับใช้มาตรการห้ามส่งออกทองคำที่ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพื่อปราบปรามขบวนการหลบเลี่ยงภาษีอย่างจริงจัง ความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายครั้งนี้สะท้อนความพยายามของโตเกียวที่จะอุดช่องโหว่ภาษีบริโภค ซึ่งเปิดทางให้กลุ่มผลประโยชน์ฉวยโอกาสจากช่องทางส่งออกทองคำที่ไร้เอกสารยืนยันเส้นทางธุรกรรม
กลไกอุดรอยรั่วภาษี สกัดวงจรเก็งกำไร
ปัญหาการลักลอบนำเข้าและส่งออกทองคำของญี่ปุ่นมีรากเหง้ามาจากโครงสร้างภาษีบริโภคในประเทศ ขบวนการนอกระบบมักลักลอบขนทองคำเข้าญี่ปุ่นโดยเลี่ยงจ่ายภาษีที่ด่านศุลกากร ก่อนนำไปขายต่อในตลาดท้องถิ่นโดยบวกภาษีบริโภคเข้าไป หรือสลับวิธีด้วยการนำทองคำที่ไม่มีเอกสารแสดงที่มามายื่นขอส่งออก เพื่อเคลมเงินคืนภาษีบริโภคจากรัฐ การแปลงทองคำเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วทำให้สินทรัพย์ไร้ร่องรอยนี้กลายเป็นกลวิธีหลักในการสูบเม็ดเงินงบประมาณ
คำสั่งห้ามส่งออกทองคำที่ไร้บันทึกตรวจสอบย้อนกลับ จึงเท่ากับเป็นการตัดวงจรทำกำไรขั้นสุดท้ายของกลุ่มค้าทองใต้ดิน มาตรการนี้บีบให้ทองคำทุกกรัมที่จะออกจากญี่ปุ่นต้องพิสูจน์แหล่งที่มาและการเสียภาษีอย่างโปร่งใส ส่งผลให้ทองคำที่ตกค้างในตลาดมืดไม่สามารถเปลี่ยนเป็นกำไรจากการขอคืนภาษีได้เหมือนเคย
แรงกระเพื่อมสู่เครือข่ายข้ามพรมแดน
คำถามสำคัญคือ เมื่อนโยบายถูกประกาศใช้จากโตเกียว พรมแดนใดในภูมิภาคจะต้องรับแรงกระแทก เครือข่ายค้าทองคำในเอเชียไม่ได้ทำงานแยกขาดจากกัน การปิดประตูฝั่งญี่ปุ่นย่อมส่งแรงสะเทือนถึงศูนย์กลางค้าทองและเส้นทางนอกระบบที่เชื่อมโยงระหว่างเอเชียตะวันออกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อต้นทุนและความเสี่ยงในการหมุนเวียนทองคำผ่านญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้น ย่อมผลักให้กระแสสินทรัพย์นอกระบบเบนเข็มไปหาเส้นทางอื่นที่มีการตรวจสอบหย่อนยานกว่า ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจภูมิภาคยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง แรงขับเคลื่อนในการถือครองทองคำเพื่อรักษาความมั่งคั่งจึงยิ่งเพิ่มขึ้น การบีบให้ทองคำต้องมีเอกสารยืนยันเข้มงวดในญี่ปุ่น จึงเกิดขึ้นท่ามกลางแรงดึงดูดของตลาดทองคำที่กำลังขยายตัว
สิ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเผชิญ จึงไม่ใช่แค่การออกกฎศุลกากรฉบับใหม่ แต่เป็นการรับมือกับแรงดึงดูดของสินทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายง่ายที่สุด แม้การห้ามส่งออกทองคำไร้ที่มาจะช่วยอุดช่องโหว่ภาษีของโตเกียวได้ในทางนิตินัย แต่ตราบใดที่ส่วนต่างผลประโยชน์ข้ามพรมแดนยังมีอยู่ การตัดวงจรครั้งนี้จะแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ หรือเป็นเพียงการผลักให้ขบวนการนอกระบบย้ายฐานไปสู่น่านน้ำอื่นในเอเชีย ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามในทางปฏิบัติ
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก