Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกข่าว

จีนส่งเรือลาดตระเวนกดดันฝั่งตะวันออกไต้หวัน กระทบเส้นทางเดินเรือแปซิฟิก

หน่วยยามฝั่งไต้หวันชี้จีนเริ่มคุกคามเรือสินค้าฝั่งตะวันออก ขยายแรงกดดันสู่เส้นทางยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่น

โดย Grace Oyelaranนักเขียนสายภูมิอากาศและยุทธศาสตร์ภูมิภาคอ่าน 3 นาที0
แชร์
Grey-Zone Constabulary Law Rewrites Pacific Transit

สิงคโปร์

น่านน้ำฝั่งตะวันออกของไต้หวันซึ่งทอดตัวสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เคยทำหน้าที่เสมือนแนวกันชนธรรมชาติอันเงียบสงบ ต่างจากช่องแคบไต้หวันทางทิศตะวันตกที่คุกรุ่นด้วยความตึงเครียดทางทหารมาโดยตลอด ทว่าแนวกันชนเดิมที่เคยสร้างความมั่นใจให้เส้นทางพาณิชยนาวีกำลังเผชิญการรบกวนอย่างหนัก เมื่อยุทธศาสตร์ทางทะเลของจีนเริ่มขยับพื้นที่เป้าหมายออกจากแนวชายฝั่งเดิมอย่างเป็นระบบ และพื้นที่ที่ต้องแบกรับแรงเสียดทานโดยตรงในเวลานี้ คือเส้นทางเดินเรือสินค้าสายหลักที่มุ่งหน้าสู่ญี่ปุ่นและภูมิภาคแปซิฟิก

หน่วยยามฝั่งไต้หวัน หรือ CGA Taiwan ระบุว่า จีนกำลังคุกคามการเดินเรือพาณิชย์ผ่านการส่งเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนนอกชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนได้ส่งเรือลาดตระเวนของหน่วยยามฝั่งเข้ามายังน่านน้ำฝั่งตะวันออกของเกาะแห่งนี้ ขณะที่รายงานเชิงสืบสวนพิเศษ (EXCLUSIVE) ของรอยเตอร์ยังระบุว่า พบเรือของกองกำลังติดอาวุธทางเรือของจีนปรากฏตัวนอกชายฝั่งตะวันออกของไต้หวันเป็นครั้งแรก ชี้ชัดว่ายุทธวิธีทางทะเลของปักกิ่งกำลังขยายวงจากน่านน้ำใกล้แผ่นดินใหญ่สู่น่านน้ำเปิดฝั่งแปซิฟิกอย่างเป็นรูปธรรม

จากช่องแคบสู่เส้นทางลำเลียงแปซิฟิก

การย้ายจุดกดดันจากน่านน้ำฝั่งตะวันตกมายังน่านน้ำเปิดทางทิศตะวันออก สะท้อนการขยับหมากเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ สื่อระดับภูมิภาคทั้ง เดอะเจแปนไทมส์ (The Japan Times) และ เดอะฮินดู (The Hindu) รายงานตรงกันว่า พฤติกรรมของจีนสร้างความวิตกอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออก เนื่องจากน่านน้ำทางตะวันออกของไต้หวันเป็นเส้นทางเดินเรือสายหลักสำหรับการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบสำคัญของญี่ปุ่น การที่เรือตรวจการณ์ของจีนเข้ามาปฏิบัติการจนรบกวนการสัญจรของเรือพาณิชย์ จึงไม่เพียงบั่นทอนเสรีภาพในการเดินเรือรอบเกาะไต้หวันเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานทางทะเลของญี่ปุ่นโดยตรง

ความตึงเครียดทางทะเลระลอกนี้ยังดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศการทูตที่ตึงมือ ดังที่ ไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) ชี้ให้เห็นถึงความไม่พอใจของบรรดาประเทศหุ้นส่วนต่อท่าทีของจีนในเวทีเจรจาระดับภูมิภาค ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนภาพความต่อเนื่องของแนวทางจากปักกิ่งที่พร้อมเดินหน้าตามเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินนโยบายทางการทูตหรือการจัดระเบียบน่านน้ำเปิดรอบเพื่อนบ้าน

ต้นทุนที่น่านน้ำเปิดต้องแบกรับ

สำหรับไต้หวัน ภาระหนักตกอยู่กับหน่วยงานอย่าง CGA ซึ่งเดิมเคยวางกำลังเรือตรวจการณ์และทรัพยากรหลักเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่ช่องแคบทางทิศตะวันตกเป็นหลัก การรุกคืบของเรือลาดตระเวนจีนมายังฝั่งตะวันออกบีบให้เจ้าหน้าที่ยามฝั่งต้องกระจายกำลังพลและยุทโธปกรณ์มารับมือกับแนวปฏิบัติการใหม่ที่กว้างขวางกว่าเดิม ขณะเดียวกัน เรือสินค้าที่ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการถูกกดดันหรือเรียกตรวจในเส้นทางที่เคยเดินทางได้อย่างเสรี ย่อมสร้างความไม่แน่นอนให้กับระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ทั้งในแง่ของเวลาเดินเรือและค่าเบี้ยประกันภัยการขนส่งทางทะเล

ข้อจำกัดสำคัญในเวลานี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจีนจะส่งเรือลาดตระเวนออกมาบ่อยครั้งเพียงใด แต่อยู่ที่ข้อเท็จจริงว่าเส้นทางพาณิชย์และประเทศรอบข้างมีทางเลือกในการรับมือจำกัด นโยบายความมั่นคงจากแผ่นดินใหญ่กำลังสร้างต้นทุนและความเสี่ยงจริงให้กับเรือทุกลำที่ต้องสัญจรผ่านน่านน้ำเปิดแห่งนี้ โดยที่ประชาคมระหว่างประเทศยังไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเปลี่ยนสถานะเดิมทางทะเลได้อย่างแท้จริง

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก