Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกแปซิฟิก มุมมอง

เมื่อโรคภัยไม่เพียงกัดกินกาย แต่คุกคาม 'หัวใจ' ผู้สูงวัยในเอเชียแปซิฟิก

ความเชื่อมโยงที่ถูกมองข้ามระหว่างโรคงูสวัดและ RSV กับความเสี่ยงโรคหัวใจ กำลังกลายเป็นประเด็นสาธารณสุขสำคัญที่หลายชาติจับตา

โดย Claire Tanakaหัวหน้าผู้สื่อข่าวเอเชียแปซิฟิกอ่าน 3 นาที0
แชร์
Beyond the Obvious: The Hidden Cardiovascular Burden of Shingles and RSV in Older Adults

สิงคโปร์

สถานการณ์สุขภาพของผู้สูงอายุทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ที่ซับซ้อนขึ้น เมื่อพบว่าโรคติดเชื้อทั่วไปอย่างงูสวัด (Shingles) และ RSV ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ผิวหนังและปอดเท่านั้น แต่ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรสูงวัย นี่คือภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงมุมมองด้านสาธารณสุข ที่มองข้ามไปไกลกว่าอาการป่วยเฉพาะที่ และเริ่มตระหนักถึงผลกระทบระยะยาวต่อระบบอวัยวะสำคัญของร่างกาย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความพยายามในการจัดการกับโรคงูสวัดและ RSV มักจะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมการระบาดและการรักษาอาการหลัก ทว่ารายงานจาก Channel News Asia ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่สำคัญ โดยระบุว่า "สำหรับผู้สูงอายุ ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอาจเพิ่มขึ้นในระหว่างที่ป่วยและคงอยู่ต่อเนื่องแม้ว่าอาการจะทุเลาลงแล้วก็ตาม" การค้นพบนี้เป็นการตอกย้ำว่าโรคงูสวัดและ RSV "ส่งผลกระทบมากกว่าแค่ผิวหนังและปอดตามลำดับ – แต่ยังสามารถทำให้หัวใจตกอยู่ในความเสี่ยงได้" ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การรับมือกับโรคติดเชื้อเหล่านี้จำเป็นต้องครอบคลุมมิติที่กว้างขวางและซับซ้อนมากขึ้น

ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อสังเกตทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเชิงนโยบายและเศรษฐกิจในหลายประเทศ ดังจะเห็นได้จากกรณีของสิงคโปร์ ที่หนังสือพิมพ์ The Straits Times รายงานเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025 ว่าจะมีการอุดหนุนค่าวัคซีนงูสวัดตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป การตัดสินใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาระโรคและต้นทุนทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยที่ไม่เพียงแต่กระทบต่อคุณภาพชีวิต แต่ยังส่งผลต่อระบบสาธารณสุขโดยรวม ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศญี่ปุ่นเองก็เคยเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและค่าเงินที่บีบให้บริษัท GSK ต้องพิจารณากลยุทธ์ด้านราคาสำหรับวัคซีนงูสวัดตัวใหม่ที่โดดเด่นของตน ตามรายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2018 สถานการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการเข้าถึงวัคซีนและยาสำหรับประชากรกลุ่มเปราะบาง แม้ว่าจะมีนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ เกิดขึ้นก็ตาม

มุมมองของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเด็นนี้ทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ความท้าทายที่รออยู่คือการบูรณาการความรู้ใหม่เกี่ยวกับความเสี่ยงโรคหัวใจที่เชื่อมโยงกับโรคงูสวัดและ RSV เข้ากับนโยบายสาธารณสุขที่มีอยู่ ประชากรสูงอายุไม่ได้มีความเสี่ยงเฉพาะโรคติดเชื้อเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังมีความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ ซึ่งรวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่แล้ว การเพิ่มปัจจัยความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อเข้ามา ยิ่งทำให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุซับซ้อนและต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น การสร้างความตระหนักรู้ การส่งเสริมการฉีดวัคซีน และการวางแผนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สูงอายุจะได้รับการป้องกันและดูแลอย่างทั่วถึง ซึ่งอาจหมายถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการรับมือโรคเหล่านี้จากที่เคยเป็นมา

สำหรับผู้สูงอายุ ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอาจเพิ่มขึ้นในระหว่างที่ป่วยและคงอยู่ต่อเนื่องแม้ว่าอาการจะทุเลาลงแล้วก็ตาม

สิ่งที่ปรากฏในภูมิภาคนี้เป็นการตอกย้ำว่าการแพทย์ไม่ได้หยุดนิ่ง และความเข้าใจในกลไกของโรคมีความละเอียดอ่อนและเชื่อมโยงกันมากกว่าที่คิดไว้เดิม ในอดีต การเจ็บป่วยมักถูกมองแยกส่วนกัน แต่ปัจจุบันภาพรวมได้เปลี่ยนไป การทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและโรคหัวใจ รวมถึงการสนับสนุนจากหน่วยงานสาธารณสุขและภาคเอกชน เช่น การจัดกิจกรรม World Heart Day โดย Singapore Heart Foundation ร่วมกับ GSK โดยมี Tad Sato เป็นผู้แทนชุมชน (ตามภาพที่เผยแพร่โดย Channel News Asia ในปี ค.ศ. 2026) เป็นตัวอย่างของความพยายามในการสร้างความเข้าใจและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ยังคงอยู่คือการทำให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและบริการสุขภาพที่จำเป็น เพื่อลดภาระโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว ในขณะที่วิทยาศาสตร์เดินหน้าค้นพบความเชื่อมโยงใหม่ๆ อยู่เสมอ คำถามสำคัญคือสังคมของเราพร้อมที่จะปรับตัวและให้การสนับสนุนอย่างเพียงพอหรือไม่

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก